Talentter's profile๏[-ิิ_•ิ]๏ TALENTTER EX...PhotosBlogListsMore Tools Help

Talentter NESTA

Occupation

๏[-ิิ_•ิ]๏ TALENTTER EXcELLeNT ๏[-ิิ_•ิ]๏

May 30

Apprenticed Continue

           สวัสดีครับ , Hello , 你好 Ni hao (China) , Bonjour (Franch), Hola (Span), 안녕하세요 อันยงฮาเซโยะ (Koria) , Hallo (Germany), Ohayou Gosaimasu (Japan) , Buon Giorno (Italy), Sua S'Dei (Canbodia), Salamat Datang (Malaysia), Xin Chao (Vietnam), Zdrahst Vooy Teh (Russia), Merhaba (Turkey), Salamat Siang (Indonesia), Bom Dia (Brazil) etc.
              สวัสดี คำเดียว มีเยอะขนาดนี้เลยหรอเนี้ย หุหุ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เขียนไปช่วงต้นของการฝึกงานแล้ว มาดูช่วงหลังต่อดีกว่า 1 เดือนสุดท้ายของการฝึกงาน หุหุ หนุกหนาน มาเริ่มกันเลย อ่านให้จบด้วยนะ เข้าจายป่าว อุตส่าเขียน อ่านจบให้.....ที นึง 5555+
              วันที่ 8 พ.ค. 49 - Upgrade Job งานในแต่ละ CellSite (Job Online)
              วันที่ 9 พ.ค. 49 - Query ข้อมูล จำนวนการ Upgrade ที่ซ้ำกันในแต่ละภูมิภาค คือ เหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ (Microsoft Access) มันมีทั้งหมด 1000 กว่า site -*- โคดเยอะอะ ใช้วิธี ถึก เอา เหอๆ กว่าจะได้แต่ละอัน เหนื่อยชิบเป๋ง หุหุ
               วันที่ 10 พ.ค. 49 - ทำการคำนวณค่าข้อมูล เรียผลข้อมูลให้เหมาะสม UpgradePlan เพื่อ ที่จะหาว่ามีการ Upgrade CellSite ที่ซ้ำกันมีกี่ CellSite ในส่วนภูมิภาค คือ เหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ (Microsoft Excel) คือที่จริงมันก็เป็นงานของเมื่อวานอะ แต่เมื่อวานใช้ Access คิดวิธีไม่ออก ใช้แค่คำสั่ง Like*,Not Like* หาตัวที่เหมือนกัน ข้อมูลมันเยอะ งง หุหุ เลยใช้ Excel แปปเดียวเส็ด หุหุ พี่เบญ เขาสอนวิธีใช้ function หุหุ ง่ายนิดเดียว แต่เมื่อวานนี้ดิ ถึกโคด เหอๆ  ทำการใส่ข้อมูลการเบิกจ่าย Quatation (UTEL)
                วันที่ 11 พ.ค. 49 - ว่างๆ อ่านเอกสารระบบ GSM (Global System for Mobile Communications) & วันนี้เล่นเกมส์ไปหลายเกมส์ หุหุ
                วันที่ 15 พ.ค. 49 - ว่างๆอีกแระ ศึกษาและหาข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวกับ BTS (Base Transceiver Station) & อ่านหนังสือพิมพ์  เล่นอินเตอร์เน็ต เมลล์ ฯลฯ สบายจริงๆ อิอิ
                วันที่ 16 พ.ค. 49 - Cancel Job (Job Online) & Upgrade Job (Inventory Control  System) เวลาว่างไม่มีงาน ก็เอาหนังสือมาอ่าน เพิ่งซื้อมา ชื่อหนังสือ Smart Think เป็นหนังสือที่รวมเอาความคิด แนวคิด ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจที่มีอิทธิพลต่อประเทศของเรา อ่านแล้วก็ ดูดีๆ วันนี้ตอนกลางวัน ไปกินข้าวที่ เซนทรัล ลาดพร้าว มี เนสท์ ปุ๊ก ต้น นรี ร้านอาหารอารายหว่าลืมชื่อร้าน ชั้นบนๆเลย ร้านนี้จะมีเส้นสะปาเกตตี้ มักกะโรนี มาม่า แล้วก็พวกเส้นต่างๆ เป็นของประดับร้าน เยอะมาก ทั้งร้านอะ กินก๋วยเตี๋ยวเป็ดมั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ หุหุ  ลืม พอกินกันเสร็จก็ผ่านไปเจอ ร้าน โรตีบอย คนต่อคิวพอควร เลยไปต่อคิวมั้ง จะซื้อไปฝากพี่ๆที่ทำงาน มี พี่เบญ พี่กิต พี่เอกชัย และพี่คมสัน ชิ้นละ 25 บาท ซื้อไป 5 ชิ้น รวมตัวเองด้วย หุหุ กินก็ใช้ได้ อร่อยดี หุหุ อิ่มกันทั่วหน้า ฮ่าๆๆๆๆ
                 วันที่ 17 พ.ค. 49 - Upgrade Job (Job Online , Inventory Control System) , Scan Barcode Mouse , จัดแยกเอกสาร , พิมพ์เอกสาร
                 วันที่ 18 พ.ค. 49 - Upgrade Job (Job Online) & ขน-ส่ง ของ เครื่อง Notebooks , Mouses ให้ทางภาคเหนือ และ ภาคตะวันออก วันนี้ตอนกลางวัน ไป เซนทรัล ลาดพร้าว SF Cinema ไปซื้อตั๋วหนัง เรื่อง The Davinci Code ไปดูวันแรกที่เข้าโรงเลย ดูรอบ 18.30 น. พอดีได้บัตร ฟรีมาตอนที่ไป ม็อบ DTAC อะ เล่นเกมส์แล้วได้มาจำได้ป่าว วันที่ 2 พ.ค. อะ จำไม่ได้กลับไปอ่าน หุหุ ไปกัน 4 คน เนสท์ ,ต้น ,นรี ,เปิ้ล เลิกงาน 17.30 น. พอถึงเวลา ตอกบัตรเส็ด ก็ไปดูหนังเลย หนุกหนานๆ ชอบวิธีการเขียน อักษรกลับทาง ต้องเอากระจกเงามา ถึงจะอ่านได้ แนวๆ ออกมา เกือบ 4 ทุ่ม ฝนมันดันตกอี๊ก เหอๆ ขึ้นรถตู้กลับบ้าน กว่าจะถึงก็ 5 ทุ่มได้มั้ง เปียกทั้งตัว หุหุ หนุกหนาน                 
                 วันที่ 19 พ.ค. 49 -  Create New BOQ ใส่จำนวนเงินการจัดจ้างงาน (Air Conditioning System Corrective Maintenance) Job Online กลัวใส่เลขผิดจริงๆหุหุ ใบนึง เป็น แสนๆ หุหุ
                 วันที่ 22 พ.ค. 49 - Create New BOQ ใส่จำนวนเงินการจ้างงานในแต่ละ CellSite (Job Online)
                 วันที่ 23 พ.ค. 49 - Upgrade Job (Job Online) ในแต่ละ CellSite & Create New BOQ ใส่จำนวนเงินการจ้างงานในแต่ละ CellSite (Job Online)   วันนี้ตอนกลางวันพี่ที่ดูแล พาไปเลี้ยง ยอดๆ ไปกันทั้งแผนกเลย มีพี่เบญ พี่ชำ พี่เอกชัย พี่คมสัน พี่รส พี่กิต พี่ไพบูลย์ พี่เอก พี่เรืองเดช พี่ด้วง เยออะ เพื่อนๆก็มี นรี ต้น เปิ้ล บิง กิ่ง เหน่ อร่อยๆทั้งนั้น ชอบของฟรี ฮ่าๆๆๆๆ มียำปลาดุกฟู ปลานึ่ง ปลาทอด ต้มยำกุ้ง ทอดมันกุ้ง แกงเขียวหวาน ไก่ทอด  ปิดท้ายด้วย รวมมิตร ที่จริงอะ จะกิน สลิม+ทับทิมกรอบ แต่พนักงานอะดิ คือ เขาบอกว่า มี สลิม กะ ทับทิมกรอบ จะกินอะไร บอกเขาว่า ผสม ในความหมายคือ สลิม+ทับทิมกรอบ เขาดันเอา รวมมิตร มา เหอๆ งงเลย แต่ก็กินๆ อร่อยๆ พุ่งกางเลย อิอิ            
                   วันที่ 24 พ.ค. 49 - พี่เบญ พี่กิต เขาไปอบรม Advance Access 3 วันเลย กลับมาตอนเย็นๆ หุหุ สบายๆ แต่ก็มีงานทำนิดๆ Create New BOQ ใส่จำนวนเงินการจ้างงานในแต่ละ CellSite (Job Online) วันนี้ตอนกลางวัน ไป เซนทรัล ลาดพร้าว ที่เดิม เพราะมันใกล้สุด วันนี้ไปกิน Sizler กัน มากันยกแก๊ง มี เนสท์ ปุ๊ก ต้น นรี เหน่ เปิ้ล บิง กิ่ง ครบๆ อาหารที่กิน มี สเต็กหมู ข้าว ขนมปัง ซุปเห็ดหอม เฟรนฟาย บุตเฟ่สลัด ตักไม่อั้น กินกันยาวๆๆๆๆ ชิว ชิว อร่อยๆ พุงกางกันถ้วนหน้า ฮ่าๆๆๆๆๆ 
                    วันที่ 25 พ.ค. 49 - Pre BOQ and Quotation Mapping UTAC (Job Online) วันนี้ กิ่งทำงานวันสุดท้ายแล้ว กิ่งให้ของมาด้วย อิอิ
                    วันที่ 26 พ.ค. 49 - Create New BOQ ใส่จำนวนเงินการจ้างงานในแต่ละ CellSite (Job Online) จะบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการฝึกงานแล้ว อะไรมันช่างเร็วจัง ยังไม่อยากจะฝึกงานเส็ดเลยอา อิอิ วันนี้ตอนกลางวัน พี่อ้อม พี่เล็ก พี่ปู พี่เจี๊ยบ ฯลฯ พาไปเลี้ยง บุตเฟ่ ที่ตึก Sun อร่อยมากๆ ตักยาวๆ จานที่1 กินข้าว+ข้าวผัด+กับข้าวต่างๆ จานที่2 กินสลัดผัก จานที่3 กินน้ำแข็งใส อร่อยๆ หนุกหนาน พอทานเส็ด ก็ไปจองตั๋วหนัง ที่ Major รัชโยธิน จะไปดูเรื่อง X-Men3 ดูรอบ 18.50 น. มี เนสท์ นรี ต้น แล้วก็กลับมาที่ ตึก ก็เฮฮากันใหญ่ ถ่ายรูป เขียน Profile กัน ก็มันวันสุดท้ายแล้วนิ หุหุ หนุกหนาน กว่าจะเส็ดก็ 6 โมงแล้ว จะไปดูหนังทันไหมเนี้ย เหอๆ พอเส็ดก็ ตอกบัตร ลงมาที่ ตึก เจอ พี่คมสันขับรถมาพอดี โชคดีมากๆพอดีพี่เขาจะไปออกกำลังกายที่ Califonia fitness พอดี ฮ่าๆ ไปถึงก็เข้าโรงหนัง ที่นั่งตรงกลาง ใกล้เหมือนกัน หนุกหนานๆ Action เยอะๆกว่าภาคก่อนๆ ตอนจบอะดิ บอกว่า หนังยังไม่จบ รอดูให้จบ ก็นั่งรอไปโคดนานตั้งหลายนาที ตรงช่วงที่มีรายชื่อทีมงานผู้สร้างหนัง ขึ้นมาอะ พอจบก็ ดูไป 5 วินาที จบแระ รอตั้งนาน แต่ก็ได้ feeling ดี หนุกหนานๆ พอดูหนังเสร็จ ก็ไปทานข้าวต่อ กินบะหมี่หยกเป็ด พอทานเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน วันสุดท้ายของการฝึกงาน ก็จบลงสะแล้ว อานะ รุ้สึกดีที่ได้มาฝึกงานที่นี้
 
                     ป.ล. ถึงบรรทัดนี้อีกแล้ว เป็นไงกันมั้ง อ่านไม่จบตามเคยอะดิ เหอๆ รู้ๆกันอยู่ อดเที่ยวเกาะพงันเลย เซงๆๆๆๆๆๆ อุตส่า plan ไว้ตั้งครึ่งเดือน เหอๆ เพื่อนๆอย่าลืมฟื้นฟูโครงการไปเกาะพงันละ จะได้ไปกันสะที ไปพักฟรี กินฟรี ที่บ้าน บิง ฮ่าๆๆๆๆๆ ระยะเวลา 2 เดือนนี้รู้สึกได้ประสบการณ์เยอะมากมาย ได้รู้จักเพื่อนๆที่ฝึกงาน ได้รู้จักกับพี่ๆที่ทำงาน ได้รู้อะไรๆหลายอย่างเลย ขอบคุณพี่เบญ พี่ที่ดูแล ใจดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่กิต พี่คมสัน พี่เอกชัย พี่รส พี่เอก พี่ชำ พี่ด้วง พี่วิ พี่ไพบูลย์ พี่เรืองเดช พี่ปู พี่อ้อม พี่เล็ก ฯลฯ เยอะมากๆ ขอบคุณพี่ทั้งแผนก Regional Support (RAD), I&M , QA , Fact ทั้งชั้นเลยนะครับ Network Operation และเพื่อนๆทุกคน ทั้ง ปุ๊ก นรี ต้น เปิ้ล เหน่ บิง กิ่ง ฯลฯ แล้วคงได้เจอกันเมื่อต้องการ วันที่ 31 พ.ค. 49 ไปปัจฉิมนิเทศ ตึก ชัย และแล้ว Summer นี้ก็จบลงด้วยดี :)  
                      
May 05

Start Apprenticed

           Nĭ hăo! Nĭ shēntí  hăo mā? มาแล้วววววววววววววววววววว สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน ก็มาถึงเวลา อัพ ต่อแระครับ หลังจากที่หายไปนาน หุหุ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการฝึกงาน นะครับ ก็เพิ่งจะฝึกงานผ่านไปได้แล้ว 1 เดือน ยังเหลืออีก 1 เดือน รวมแล้วฝึกงาน 2 เดือน ที่จริงก็คิดว่าจะมา อัพ หลังฝึกงานทีเดียวเลย แต่คิดว่า ถ้าเขียนตอนนั้นคงจะไม่มีใครอ่านกันจบแน่ๆ เลยมาทยอยเขียนก่อนดีกว่า อิอิ ก็จะเล่าประสบการณ์ช่วงที่ฝึกงานให้ฟังกันนะครับ ที่ที่ผมฝึกงานอยู่ก็คือ บริษัท DTAC หรือ Total Access Communication Co,.Ltd. มาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ
            เริ่มต้นภารกิจการฝึกงาน วันที่ 4 เม.ย. 49 วันแรกของภารกิจ ก็ได้ไป ปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงาน (DTAC) ซึ่งก็นัดกับเพื่อนไว้ มี บรีส กะ ต้น (เจอตอนวันสัมภาษณ์) นัดกับบรีสไว้ 7.00 น หน้า Major Cineplex Rangsit แต่คือว่าไปสายสะงั้น นัดไว้ 7 โมง ไปถึง 7.45 น หรือ เกือบ 8 โมง เหอๆ หุหุ แต่ก็นะ หุหุ ก็มันสายจิง ไปถึงก็ ขึ้นรถ Bus 504 ไปลงตรง ตึก DTAC แถว ซอยโชคชัย ก็ไปเจอ ต้น ตรงศาลารอรถ ก็เดินเข้าไปใน ตึก เล่าละเอียดไปรึป่าว วะ หุหุ พอเข้าไปถึงก็ ไปรับบัตรนักศึกษาฝึกงาน กะ บัตรตอกเวลา ในห้องที่ปฐมนิเทศก็มีเพื่อน น.ศ.ฝึกงานเต็มเลย จากที่ต่างๆ พี่ๆเข้าก็เปิด Projector ให้ดูประวัติความเป็นมาของบริษัท ภาพรวม ภายในองค์กร โฆษณา ต่างๆ แล้วก็ให้เล่นเกม สร้างความสัมพันธ์ ให้ทำความรู้จักกัน แบ่งเป็นกลุ่มๆ ในแต่ละกลุ่มก็ให้จำชื่อ เพื่อนๆ ให้ได้ ต่อมาก็ฟังพี่เขาอธิบายรายละเอียดต่างๆ หลังจากนั้น พี่เขาก็จะบอกว่า เราอยู่ แผนก ไหน ซึ่งช่วงบ่ายก็ต้องไปหาพี่ที่ ดูแล เรา แผนกที่ทำก็คือ Network Operation ซึ่งอยู่อีกตึกนึง นั้นก็คือ ตึก LPN ก็ห่างกันพอสมควร บรีสทำที่ ตึกชัย สบายเลย ทำคนละที่กัน ต้นก็ทำตึก LPN ก็ยังดีมีเพื่อนไป จากนั้นก็ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆที่ จะไปตึก LPN มีรถตู้ไปส่ง ไปถึงก็ไปนั่งกินข้าวกันจะมีตลาดอยู่แถวนั้น ตรงหลัง ตึก TMB ธนาคารทหารไทย เพื่อนๆที่ทำที่ตึกเดียวกัน มี ต้น ปุ๊ก เหน่ เปิ้ล บิง กิ่ง ออม ฐา นำ เอ ตั้ม ติว เท่าที่จำได้นะ แล้วก็ นรี (มาหลังจากวันแรก) แต่เขียนไว้ทีเดียวเลย ซึ่งก็มากันคนละที่เลย จากนั้นเวลา 13.30 ก็ไปพบพี่ที่ดูแล ที่ ตึก LPN ชั้น 26 พี่ที่ดูแล คือ พี่เบญ ใจดีๆๆๆๆๆ มีโต๊ะทำงาน แล้วก็มี Computer ให้ด้วย ดีจัง หน้าที่วันแรกก็ อ่านหนังสือ เอกสาร NOKIA GSM Training เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของระบบแบบ GSM (Global System for Mobile Communications) ซึ่งเป็นระบบสื่อสารมาตรฐานของโทรศัพท์มือถือ ที่นี้ เข้างาน 8.30 - 17.30 ต้องตอกบัตรก่อน 8.30 กะ หลัง 17.30 ไม่งั้นตัวแดง หุหุ ก็คือสายนั้นเอง นี้แค่วันแรก ไมเขียนเยอะจังวะ ยังเหลืออีกตั้งหลายวัน -*- หุหุ เด๋วจะพยายามเขียนให้สั้นลงนะ เอาพอจับใจความได้ก็พอดีกว่านะ
             วันที่ 5 เม.ย. 49 - Update ข้อมูลจากฐานข้อมูล ลงเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการเบิกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในตู้ BTS (Base Transceiver Station) ว่าการเบิกอุปกรณ์ในแต่ละ ID นั้นอยู่ Status ไหน
             วันที่ 7 เม.ย. 49 - Update ข้อมูลจากฐานข้อมูล และ close job งานข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ เพิ่งรู้ว่า มีงานตัดหญ้าด้วย ที่จิงเป็นการจ้าง Subcontact (UTEL) อีกที่นึง อยู่หน้าคอมทั้งวันเลยวันนี้ ถึกมากๆ ในการลบข้อมูล เรียกว่า ลบขยะคอมพิวเตอร์ เหอๆ งานนี้อาศัยความถึก หุหุ 
             วันที่ 10 เม.ย. 49 - วันนี้โชคดีได้ออกไปนอกสถานที่ ชอบๆ พอดีมีพี่ที่แผนกเขาจะออกไปข้างนอก พี่เขาเลยชวนไป ดูดีๆ ก็ไปดูคลังเก็บอุปกรณ์ และก็ไปดูระบบ Exchange แถวบางแค ซึ่งอยู่คนละโยดเลย จะบอกว่าใน Exchange หนาวจริงๆ ดูเป็นระบบมาก ตู้เต็มไปหมดเลย กล้องเพียบ ได้ความรู้เรื่องระบบการจัดการของ Exchange เช่น HLR(Home Location Register) , VLR(Virtual Location Register) , BTS(Base Transceiver Station) , BSC(Base Station Controller) , TC(Transcoder) , MSC(Mobile Station Centre) , Antenna etc.
              วันที่ 11 เม.ย. 49 - อ่านเอกสาร และฟังบรรยาย GSM System Training (NOKIA) ใช้โปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ของ BTS ฝึกใช้โปรแกรม ที่จะต้องใช้
              วันที่ 12 เม.ย. 49 - ตรวจสอบการจัดอุปกรณ์ที่จะเบิกว่าต้องใช้อะไรบ้างของ BTS แบบ 3rd Gen โดยเรียกดูที่ฐานข้อมูลตามแต่ละ Site ว่าต้องการอะไรบ้าง อยู่สถานะไหน ใช้โปรแกรมในการตรวจสอบ เหมือนเคย  วิชาการเกินไปรึป่าวเนี้ย
               วันที่ 17 เม.ย. 49 - ศึกษาเรื่องระบบโทรศัพท์มือถือ ที่จริงอะวันนี้ไม่มีอะไรให้ทำ ว่างงานว่างั้น ก็เลยหาไรอ่านเล่นๆ หุหุ
               วันที่ 18 เม.ย 49 - Upgrade Job (การสั่งเบิกอุปกรณ์ CellSite) ในส่วนภูมิภาค เหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ อิอิ
               วันที่ 20 เม.ย. 49 - วันนี้ที่จิงก็ว่าง ว่างงาน พอดี พี่ที่ดูแล ต้น เขาไปดู CellSite ในตึกพอดี ต้นเลยโทรมาชวนลงไปดู ดูดีๆ มี ปุ๊ก อีกคน ตู้ที่ดูเป็น BTS: Ultrasite ก็ได้ความรู้ดี จากการดูพี่ๆเขาทำ หุหุ เช่น ตัวควบคุมแอร์ อุณหภูมิ อุปกรณ์ภายใน BTS เช่น TRX , RTC , RMUB , BCF , TRU , AFE , PSU , CSU , CCFE , CCFA etc. ซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายในที่จำเป็น
               วันที่ 21 เม.ย. 49 - วันนี้นั่งทั้งวัน ฟังพี่ๆเขาประชุม บรรยาย การ Remote BTS กัน หุหุ นั่งยาวๆ ตอนกลางวันพี่ๆเขาพาไปกินที่ ตึก Suntower บุตเฟ่ หวานปาก 555+ อร่อยๆทั้งนั้น มี ต้น กะ เปิ้ล ไปด้วย วันนี้นั่งฟังทั้งวัน อบรมเกี่ยวกับขั้นตอนการ Add S\N & P\N ใน HW Configurator ของ NOKIA Ultrasite , Metrosite , 3 rd Generation , 2 nd Generation ซึ่งเป็นการทำการตรวจสอบอุปกรณ์ของ BTS ในแต่ละชนิดผ่านระบบ Network เป็นการเรียกดูจาก Database ฝั่งปลายทาง ในส่วนของ ภูมิภาค              
                วันที่ 24 เม.ย. 49 - ว่างๆ ศึกษาและทำความเข้าใจเรื่อง Base Sub-System (BSS System Course)
                วันที่ 25 เม.ย. 49 - ว่างๆ อีกวัน เลยศึกษาและทำความเข้าใจเรื่อง Base Sub-System (BSS System Course) หุหุ อ่านหนังสือไปเรื่อย
                วันที่ 26 เม.ย. 49 - มีงานทำสะที หุหุ Upgrade Job ทำการเบิกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ในแต่ละ CellSite ส่วนภูมิภาค ของ Ultrasite กะ 3 rd Gen
                วันที่ 27 เม.ย. 49 - ว่างๆ ศึกษาเรียนรู้ในเรื่องระบบการทำงานของ BSS (Base Station Subsystem) จะประกอบด้วย BSC  BTS  Transcoder , NSS (Network Station Subsystem) , NMS (Network Management Subsystem) , O&M (Operation & Maintenance)
                วันที่ 28 เม.ย. 49 - ว่างๆ ศึกษาเรียนรู้และทำความเข้าใจการทำงานของ BSS , NSS , NMS , O&M  วันนี้ๆ อาจารย์มาตรวจฝึกงานด้วย มากันตั้ง 4 คน เยอะดี มี อ.ชลชัย อ.สงกรานต์ อ.โก้ และ อ.อ๊อด มากันหมดเลย หุหุ ก็ดูดีๆ ผ่านไปได้ด้วยดีครับท่าน
                วันที่ 2 พ.ค. 49 - วันนี้ๆไปม๊อบ ฮ่าๆๆๆ รวมพลคนพันธ์ม๊อบ แจกเสื้อด้วย เป็นกิจกรรมที่เขาจัดเพื่อไปพบปะลูกค้า คงเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง แข่งขันกันเยอะ หุหุ ได้ไปคันที่ 14 คือที่ บิ๊กซี บางพลี และ ไทยเซ็นเตอร์พอยต์ จ.สมุทรปราการ ในกลุ่มเนสท์ มี ต้น ปุ๊ก นรี 4 คนต่อกลุ่ม หนุกหนานๆ ก็ไปอธิบาย Promotion ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ตามร้านค้า หน้าที่ที่ทำคือ พูดรายละเอียดเกี่ยวกับ Promotion ตัวใหม่ concept คือ เดือนห้า ห้าเดือน ห้าวัน มีท่าเต้นด้วย หุหุ ฮาๆๆๆๆ วันนี้พูดทั้งวันอะ พูดทุกร้านเลย หุหุ พอเส็ดก็กลับไปที่ตึกชัย มีเลี้ยงอาหารต่อ บุตเฟ่ อร่อยๆคนเยอะเลย ไปเล่นเกมจับดินสอว่าจะได้สีอะไรให้บอกว่าจะเอาสีอะไรแล้วก็หยิบให้ได้สีนั้น มือขึ้นๆ จับได้ๆ คือเขาจะให้คูปองมาตั้งแต่ก่อนไป แล้วก็เก็บไว้เล่นเกมแลก ตั๋วหนัง ได้ตั๋วหนังมา 4 ใบ ให้ปุ๊กไป 2 ใบ อิอิ 2 ใบก็พอแล้ว จิงป่าว วันนี้ก็หนุกหนานไปอีกวัน
                 วันที่ 3 พ.ค. 49 - Upgrade Job งานในแต่ละ CellSite ของส่วนภูมิภาค คือ ตะวันออก เหนือ อีสาน ใต้ อิอิ
                 วันที่ 4 พ.ค. 49 - Update การสั่งเบิกอุปกรณ์ ที่จะต้องใช้ของตู้ BTS แบบ 3 rd Gen และ Ultrasite ในแต่ละ Cellsite (Inventory Control System) ช่วงบ่ายๆ ก็ไปช่วยแยกเอกสาร วันนี้ขากลับ รถติดจริงๆ หุหุ เพราะว่าพรุ่งนี้วันหยุด ก็เลยติด ปกติ
                 วันที่ 5 พ.ค. 49 - ก็คือวันที่มีข้อความที่ท่านทั้งหลายกำลังอ่านอยู่นั้นเอง เขียนเส็ดสะที สบายดีไหมทุกคน หุหุ
 
                  ป.ล. ในที่สุดก็มาถึงบรรทัดนี้จนได้ นานเกิ๊น หุหุ ก็หวังว่าจะมีใครอ่านกันจบมั้งนะ เชื่อเหอะ ไม่มีใครอ่านจบแน่นอน เหอๆ รับรองได้เลย 5555+ รักคนอ่านที่สุด อิอิ Kiss แล้วเจอกันตอนต่อไปนะครับ  หนุกหนานแน่นอน
 
March 13

Wat Sup Yo!!!

                  Say Hi! Everybody หวัดดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ขิขิ ก็มาอัพแล้วละครับ หลังจากที่หายไปนานนนนนนนนนนน หุหุ จะเขียนไรนี้วะเนี้ย เหอๆ ก็ช่วงนี้ก็ช่วง ปิดเทอม หลังจากที่ต้องผ่าฟันจนผ่านพ้นสนามการแข่งขันยุทธภพมาได้ ก็มีเวลาว่างมากๆช่วงนี้ หุหุ แต่ summer นี้เด๋วก็ต้องไปฝึกงานอี๊ก เหนื่อยแน่ๆ ทั้งวัน หุหุ ชิว ชิว กร๊ากกกกก วันนี้ก็พอดีมี feeling ก็เลยคิดว่าจะมาเขียน แต่จะเขียนไรดีเนี้ย ขอนึกก่อน แต่ยังไงก็ต้องขอออกตัวก่อนนะว่าเป็นคนเขียนไม่ค่อยเก่งเท่าไรนะ หุหุ
 
                  เอาเรื่องที่ได้ไปอบรม Counseling ละกาน เกี่ยวกับจิตวิทยาการปรึกษา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีมากๆ การที่เราจะให้ทำปรึกษากับผู้อื่นนั้น คนที่จะให้คำปรึกษานั้น (Counselor) ต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจในโลกและชีวิต ในระดับที่จะสามารถดำรงตนอยู่ในโลกแห่งสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงในโลกใบนี้ได้อย่างสอดคล้องและกลมกลืนกัน ต้องเรียนรู้และฝึกฝนตนเป็นเวลายาวนานอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เข้าจ๋าย ต้องใช้ความอ่อนโยน ละเอียดอ่อน ยอมรับ มั่นคง มุ่งมั่น เมื่อทำแล้ว ทำไม่สำเร็จก็ทำอีก ฝึกฝนอีกอย่างไม่ย่อท้อ และต้องหมั่นเรียนรู้และศึกษาจากการสังเกต การฟัง การถาม การอ่าน และใช้ประสบการณ์ตรงมากกว่าการตีความ หรือการคิดฟุ้งซ่านของตนเอง...จิตใจที่มีความมั่นคงไม่หวั่นไหวของผู้ให้การปรึกษานั้นจะช่วยนำพาให้ผู้รับการปรึกษาพบทางออกในการแก้ปัญหาของเขาได้ ดูดีๆ ดูมีสาระจริง  "ชีวิตเราหนึ่งชีวิต ย่อมเกิดจากความสัมพันธ์และอยู่ในความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง" ชีวิตเป็นเรื่องการเติบโตซึ่งมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และปรับตัว ในการเปลี่ยนแปลงจองคนเรานี้ บางครั้งก่อให้เกิดปัญหายุ่งยากทั้งค่อตนเอง และสัมพันธภาพระหว่างตรเองกับผู้อื่น อ่านแล้วคิดกันหน่อย หุหุ การปรึกษาเป็นวิธีการหนึ่ง ที่ให้โอกาสในการแก้ปัญหาและเอื้ออำนวยให้คนเราพัฒนาตนเองได้มากขึ้น ในชีวิตประจำวันคนเรามีโอกาสมากมายในการที่ช่วยเหลือผู้อื่นให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบทบาทของแต่ละคน หุหุ
"ความกตัญญู คือ มารดาของคุณธรรมทั้งปวง" ทักษะการสื่อสาร จงเป็นผู้ฟังที่ดี 
 
                 ข้อคิด
                   "อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด" จำไว้ๆ  
                   "อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา" จำให้แม่น
 
                 บุคลิกลักษณะของผู้ให้การปรึกษา   ต้องมี จรรยาบรรณ เรื่องการรักษาความลับ
                  1)  รู้จักและยอมรับตนเอง
                  2)  อดทน ใจเย็น
                  3)  สบายใจที่จะอยู่กับผู้อื่น    สันโดษ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่เป็นอยู่
                  4)  จริงใจและตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่น
                  5)  มีท่าทีที่เป็นมิตร
                  6)  มองโลกในแง่ดี
                  7)  ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่น  Sensitive
                  8)  ช่างสังเกต
                  9)  ใช้คำพูดที่เหมาะสม
                  10) รู้จักใช้อารมณ์ขัน
                  11) เป็นผู้รับฟังที่ดี
                  12) ช่วยแก้ปัญหา
           
                 การฟังอันชัดเจน (Listenning)
                  การฟังจะคิดตามได้ ให้ใส่ใจไปด้วย (Listenning) ต้องมีสติ
                  การได้ยิน ก็จะแค่ได้ยินผ่านเฉยๆ (Hearing)
                  การเล่าเรื่องราว จากการฟัง ฟังเรื่องราว + ความรู้สึก (Feeling)
                  การฟังเป็นการเปิดใจกว้าง ชำระใจให้สะอาด กระจ่าง เพื่อต้อนรับทั้งโลก เข้าสู่การรับรู้ของตน เพื่อบรรลุรายละเอียดของสิ่ง ที่อยู่ตรงหน้าให้เข้าสู่จิตใจของตนอย่างลึกซึ้งและชัดเจน
                  การฟังที่มีประสิทธิภาพ = ฟังด้วยตา ด้วยหู ด้วยการสัมผัส และ ด้วยหัวใจอันกระจ่างและละเอียดอ่อน
                  การฟังที่ชัดเจน ฟังจากคำพูด จากน้ำเสียง จากท่าทาง จากกิริยาของผู้พูดนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฟังด้วยใจใสสะอาด การฟังอย่างให้ชีวิตจิตใจทั้งหมดแก่ผู้พูด ห้ามมีอคติ
 
                 สิ่งที่ทำให้การฟังบิดเบือน
                  ค่านิยม เช่น ชอบคนสวย ชอบคนเรียนเก่ง ชอบคนขยัน
                  อคติ     เช่น คนใต้คบไม่ได้ คนจีนขยัน คนไทยขี้เกียจ
                  จินตนาการ : คิดไปเองทั้งนั้น
                  อารมณ์ เช่น หงุดหงิด เศร้า โกรธ
                  ความสนใจ : ถ้ามีความสนใจอะไรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นเป็นพิเศษ
                  ประสบการณ์ : คิดว่าสิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
                  ความคาดหวัง : เขาน่าจะทำอย่างนั้น เขาน่าจะคิดได้...
      
                 การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ
                  เราจะนั่งด้วยใจที่เปิดกว้าง ปราศจากอคติ นั่งฟังโดยไม่ตัดสินหรือตอบโต้ นั่งฟังให้เกิดความเข้าใจ ฟังอย่างตั้งใจ จะสามารถได้ยินคำพูดความในใจที่ไม่ได้กล่าวออกว่า ฟังอย่างลึกซึ้ง เราได้บรรเทาความเจ็บปวดและความทุกขืทรมานของอีกฝ่ายหนึ่งลงได้มากแล้ว
 
                 การถาม
                  เป็นทักษะสำคัญ ให้โอกาสกับผู้รับการปรึกษา บอกถึงความรู้สึก เข้าใจผู้รับการปรึกษา
                  คำถามที่ควรหลีกเลี่ยง คือ "ทำไม" ไม่ควรใช้ เนื่องจากเหมือนถูกตำหนิ หุหุ
 
 
 
 
                พอดีมีโอกาสได้ไปนั่งฟัง สัมนา เกี่ยวกับการเตรียมตัวการสัมภาษณ์เรื่อง การสมัครงาน ซึ่งดูดีๆ หุหุ สามารถเอาไปใช้ได้จริงๆ อยากให้อ่านกัน
                สิ่งที่พวกเราจะต้องรู้เพื่อสำหรับกระตุ้นให้เราเตรียมตัวเมื่อเราจะต้องไปสมัครงาน จะต้องรู้อะไรบ้าง มาดูกัน ขอเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะ ขิขิ
 
                Keyword
                       Know Yourself
                            Know Employer
                                  Make Impression
 
                Know Yourself  ต้องรู้จักตัวเองสะก่อน
                    - Who you are?
                               - Knowledge, Skill, and Capability (ความรู้ , ทักษะ , ความสามารถ)
                               - SWOT yourself (focus on strength and weakness) จุดแข็ง จุดอ่อน ของคุณ
                               - Attritude and Potential
                    - Create your own professional resume or CV
                    - Search Channel  ในการสมัครงานมีได้หลากหลายช่องทาง
                               - Direct approach
                               - Media and Advertisement
                               - Job fair
                               - Job agency (recruitment company, head-hunter) หาให้กับคนที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว ต้อง
                                 เจ๋ง จริง งานถึงจะวิ่งมาหาคุณ
 
                Know Yourself 13 Tips to create an attractive CV (Resume นั้นเอง)
                    1. Define your objective.
                    2. Think that resume or CV is a marketing tool.
                    3. Use CV to be a passport to interview (not to get a job).
                    4. Use the compact sentence by bullet point.
                    5. Use the word of acting or performing.
                    6. Order by strength.
                    7. Use the special word i.e. market analyst , challenge , etc.
                    8. Focus on positive issues.
                    9. Show them what you know.
                    10. Show them who you know or report to.
                    11. Make your CV simple and clear.
                    12. Let somebody else try to read your CV.
                    13. Sent your CV to the possible.
 
                Know Yourself - example of job post
                     - Responsibilities
                     - Qualifications
                                 
                Know Employer
                     - Type of hiring  (ดูรายละเอียดของบริษัทที่จะทำ)
                             - Permanent  งานประจำ
                             - Part-time
                             - Contractor
                             - Outsourcing จ้างมาทำงานให้
                     - Hiring test
                             - Knowledge and Understanding test
                             - Personality and Interesting test
                             - Physical test  ตรวจร่างกาย
               
                Knowledge Type of interviewing
                      - Non-directional interview
                      - Structural interview
                      - Situation interview 
                      - Stress interview
                      - Commitee or Panel interview
                      - Compauterized selection interview
 
                The Top 10 Questions for Job interview (สำคํญนะ)
                      1. Tell me about yourself?
                          - บอก exspectation
                      2. Why do you want to work with us or why does our company interest you?
                          - ทำไมถึงมาทำที่นี้ ทำไมต้องเลือกคุณ อย่าพูดถึง Salary (เงินเดือน)
                      3. Why do you resign from the previous company?
                          - ทำไมถึงออกจากที่เก่า (case ที่เคยทำที่อื่นมาก่อน)
                      4. What are your outstanding skills/abilities?
                          - อะไรที่เป็นความสามารถของเราจริงๆไม่เหมือนคนอื่น
                      5. What is/are your weak point(s)?
                          - ทำอย่างไรเพื่อให้มันดีขึ้น ปรับปรุง ให้เป็นจุดแข็ง
                      6. What is your perferred working style?
                           Work in team or work alone?
                      7. What is/are you career objective(s) or how do you plan your future?
                           - เช่นอีก 5 ปี คุณจะอยู่ตรงไหน วางเป้าหมายในชีวิต
                      8. What is/are your hobby(ies) or do you play sports?
                           - กิจกรรม Activity ทำตัวให้แตกต่าง
                      9. What is your expected salary?
                           - best employee ว่าอยากได้เท่าไร
                      10. Is there anything we should ask you?
                           - มีคำถามอย่างอื่นไหม ควรถามกลับไป แสดงถึงความสนใจ เกี่ยวกับงานที่จะทำ
 
                 Make Impression
                        - Outline
                        - Professional dressing
                        - Studied company information and background
                        - Self confidence & Be yourself มีความมั่นใจในตัวเอง
                        - Eye contact all the time
                        - Both way communication หยุดคิดสักนิดก่อนตอบทั้ง 2 ฝ่าย
                        - Thank you letter after interview
 
                  
               ป.ล. หวังว่าใครที่อ่านคงจะได้ความรู้บ้างนะครับ และก็ขอชมเชยสำหรับคนที่อ่านครบทุกบรรทัด ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่คงจะไม่มีใครอ่านจบแน่ๆ รับรองได้ เหอๆ หุหุ ก็หวังว่าใครที่เข้ามาอ่านนั้นก็คงจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วก็ใครที่เข้ามาแล้วก็ช่วยผม Comment ให้หน่อยนะครับ จะได้รู้ว่ามีใครเข้ามากันมั้ง ขิขิ รักคนอ่าน หุหุ แล้วเจอกานตอนต่อไป ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ei ei :)  
 
December 17

PreSSure Deep FeeLinG :'(

              วันนี้ก็มาอัพ Blog ละคับ หายไปนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่จิงก็อยากจะอัพตั้งนานแล้วละ แต่ยังไม่มี feeling ในการเขียน จะเริ่มยังไงดี  พอดีเจอของเด็ด ลองอ่านกันดู คำว่าเพื่อน แปลว่าอะไรหรอ ไม่รู้ รู้สึกอิจฉาไหม เคยไหมเวลาที่เห็นคนอื่นๆ เค้าคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่กลับไม่มีใครสนใจเรา อยากจะเดินเข้าไปคุย แต่พอเข้าไปคุยพอเห็นสีหน้าของแต่ละคนที่เมินก็คิดได้ว่า อย่าดีก่า เคยรู้สึกไหมเวลาที่คุยกันคนกลุ่มนึง แล้วเหมือนไม่มีเราอยู่ในที่ตรงนั้น เหมือนรู้สึกว่าเราเปงเพียงแค่อากาศที่ร่องรอยไปตามสายลม ได้แต่อยู่เงียบๆในเงามืดของความรู้สึกลึกๆในใจ ที่ไม่มีใครสนใจ เคยไหมที่รู้สึกซึ้งกะใครสักคนเหมือนเพื่อน แต่กลับโดนทิ้ง ไร้ความสนใจ ราวกับมิตรภาพที่ให้ไปที่เคยมีมากลับไม่มีความหมาย ไม่ใช่ว่าไม่พยายามเข้าหาไรสะหน่อย ที่ผ่านมาก็พยายามจะฝ่ากำแพงเข้าไปอยู่ แต่ก็ทำได้แค่อยู่นอกกำแพงสำหรับบางคน ไม่สามารถที่จะทะลายกำแพงไปได้ พออยากจะคุยกันก็แค่เรื่องที่จำเป็นเท่านั้น พอหมดธุระ ผลสุดท้ายก็ถีบหัวส่ง อย่างไม่มีเยื่อใย โทรศัพท์คุณดังวันละกี่ครั้ง คุณมีคนให้โทรไปคุยได้กี่คน ต้องโทรไปคุยกับคนที่สนิทเท่านั้นหรอ มีโทรศัพท์ก็เหมือนไม่มี เบอร์ใครต่อใครที่ mem ไว้หลากหลาย กลับไม่เคยได้ใช้สักนิด ริงโทนที่อุตส่าแยกเสียงของแต่ละคนไว้ก็ไม่เคยดัง ไม่มีใครโทรหา แม้แค่จะโทรมาถามทุกข์ สุข อย่าว่าแต่ชวนไปไหนเลย ดารพูดคุยสักนิดก็ไม่มี แม่บอกว่า ถ้าอยากได้เพื่อนก็ต้องเดินเข้าไปหาเพื่อน อยากได้มิตรภาพ ก็ต้องยอมตามๆ เค้าไป แต่....ทำไม ก็ยังเป็นได้แค่ตัวประกอบที่ใครต่อใครก็ไม่ต้องการ ทั้งๆที่พยายามอยู่ แต่ดูเหมือน จะไม่ประสบความสำเร็จเอาสะเท่าไร ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่เคยมีใครที่อยากมาแบ่งปัน ทุกข์ สุข กับเราเลยสักคน รึว่า เกิดมาเป็นคนไม่มีเพื่อน อยากมีคนชวนไปเที่ยวไหน อยากมีกลุ่มเพื่อนพาไป เฮฮา อยากมีใครสักคนที่คอยโทรหา ไม่ใช่แค่เห็นเปงที่ระบาย (โถส้วม) รู้สีก ราวกับ โดดเดี่ยว อยู่ท่ามกลาง กลุ่มคนรู้จัก กลุ่มใหญ่ ที่ไม่เห็นจะมีใครอยากสนใจ อยากมีคนสนใจเราบ้าง เห็นเราเป็นคนสำคัญ เป็นเพื่อนกะเค้าบ้าง ไม่ใช่... เพื่อน ที่รู้จักกัน แต่ไม่เคยมีใจคิดถึงกันเลยสักนิดเดียว ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม เราโดดเดี่ยวเสมอ แต่....เราก็เลือกที่จะโดดเดี่ยวออกมาเอง ดีเสียว่าจะไปเสือกทนอยู่เป็นส่วนเกินที่เขาไม่ออกปากไล่ อยากหาที่ ที่ยอมรับ เปิดใจกัน แต่ดูเหมือนว่าคงจะไม่มี มีเพื่อนกับมีแฟน มันก็ดีกันคนละแบบ แต่เพื่อนดีกว่า  คำว่าแฟน คือคนแค่คนเดียว ที่รักเรา แต่ไม่รู้ว่าจะเลิกรักเราเมื่อไหร่ อยากมีคนกลุ่มใหญ่ที่พร้อมอยู่ข้างๆกันได้ตลอดไป  ..เคยเหงากันบ้างไหม เคยรู้อยู่ใช่ไหม ว่าเหงามันโหดร้ายเกินจะเปรียบ มองหาคนข้างกาย ลองถามเขาบ้างไหม ทุกคนรู้สึกเหงาเท่าเท่ากัน อยากให้โลกเห็นใจ อยากให้คนสงสาร ทุกคนก็ต้องการเหมือนเหมือนกัน "เพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าเพื่อนเป็นร้อยคิดอิจฉา แม้นมีเกลือนิดหน่อยน้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล" อย่ายึดติดกับคำว่าเพื่อนเลย นอกจากจะทำให้เราเครียดแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยอีกต่างหาก...ลองอยู่กับ "ตัวเอง" ให้มากขึ้น รักตัวเองให้มากหน่อย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าให้คนอยู่คนเดียวไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร...มันไม่ใช่ แต่เมื่อยอมรับตัวเองได้ มันจะมีความสุข แล้วจะได้แบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นได้อย่างสุจริตใจ...และเริ่มมิตรภาพของคำว่าเพื่อน มีเพื่อนเปงกลุ่มใหญ่ๆเฮไหนเฮนั่นใช่ว่าจะดีเสมอไปนะ เคยถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวใช่ไหม แต่ที่เจ็บกว่านั้นหลายเท่าคือการถูกทิ้งในอยู่นอก"วง" มีคนหลายคนรายล้อมแต่ก็เหมือนอยู่คนเดียว จงเชื่อมั่นในตัวเอง รักตัวเองเข้าไว้ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
 
   คำว่าเพื่อน
           เพื่อนทั่วไป ไม่รู้จักชื่อพ่อแม่ของคุณ
           แต่เพื่อนแท้ จะมีเบอร์พ่อแม่ของคุณไว้ในโทรสับ
           เพื่อนทั่วไป จะถือขวดไวน์มางานปาร์ตี้คุณ
           แต่เพื่อนแท้ จะมาหาแต่หัววันเพื่อช่วยคุณ
           เพื่อนทั่วไป  จะคุยถึงปัญหาของเขา
           แต่เพื่อนแท้ จะช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณ
           เพื่อนทั่วไป  จะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
           แต่เพื่อนแท้  จะสามารถอำคุณได้
           เพื่อนทั่วไป  เวลาเยื่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
           แต่เพื่อนแท้  จะรีบไปเปิดตู้เย็นเพื่อบริการตัวเอง
           เพื่อนทั่วไป  คิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะวิวาท
           แต่เพื่อนแท้  รู้ดีว่านั้นจะไม่ใช่มิตรภาพจนกว่าจะเคยทะเลาะวิวาท
           เพื่อนทั่วไป  คาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขา
           แต่เพื่อนแท้  จะอยู่กับคุณตลอดไป
           เพื่อนทั่วไป  จะอ่านข้อความนี้แล้วลืม
           แต่เพื่อนแท้  จะส่งต่อไปจนกว่าจะถึงมือผู้รับ      
        

เคยไหมที่คุณกลับมานั่งคิดถึงอดีตและปัจจุบันที่คุณกระทำอยู่เคยไหมที่คุณเคย

ทำให้คนรอบข้างของคุณเดือดร้อนใจด้วยการกระทำโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ

ของคุณเมื่อมุ่งหวังเอาชนะความรู้่สึกที่ดีงามของคุณในส่วนลึกใจคุณเพื่อให้ได้

เพื่อความต้องการของคุณโดยไม่คำถึงว่าคนรอบข้างคุณจะเดือดร้อนหรือไม่ถ้า

คุณสำนึกได้โลกก็พร้อมที่จะอภัยในความงรู้สึกผิดขอคุณและขอให้้คุณจงทำวันนี้

ที่เป็นประโยชนต่อสังคมนี้โดยไม่สร้างความเจ็บช้ำใจให้ใครคุณก็เป็นคนที่ี่สมบูรณ์แบบ

 

เคยได้ยินคำว่า อย่าอยู่อย่างอยาก ไหม ถ้าอยากรู้มาอ่านกัน

ชีวิตคนเราทุกวันนี้ กำลังจะก้าวเดินไปทางไหน
เราเคยสนใจตัวเองบ้างไหม
เราเกิดมาเพื่ออะไร
มีชีวิตอยู่ไปทำไม
จะรวย จะจน สุดท้ายคือ ความตาย
เราทุกคนกำลังดิ้นรนไปทำไม เพื่ออะไร
หลายคนบอกว่า เพื่อชีวิตที่มีความสุข
ต้องเรียนสูงๆ เพื่อจะมีงานดีๆทำ
มีงานดีๆทำ เพื่อเงินเดือนเยอะๆ
นั่นคือความสุขหรือ?
มีคนรวยคนไหนบ้างที่มีความสุข
เห็นแต่ห่วงว่า ทรัพย์สินตนจะหาย
เห็นแต่ห่วงว่า ตนจะรวยขึ้นยังไง
ยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทุกข์มาก
ไม่มีความสุขที่แท้จริง
เพราะไม่ว่าจะรวยขนาดไหน
เงินก็ซื้อความสุขไม่ได้
..............................
แล้วเราจะรวยไปทำไม
มีแต่ทุกข์
แล้วเราจะจนไหม
จนก็ทุกข์
งั้นอะไรคือความพอดีล่ะ
ไม่รวย ไม่จน นี่สิความพอดี
มีใครทำได้บ้าง
ไม่เห็นใครยกมือ
อาจจะมีก็ได้นะ แต่คนแบบนี้ไม่ยกมือแสดงตัวหรอก
คนดีๆเขาไม่อยากเด่นอยากดังหรอกนะ
คนที่ชอบทำตัวเด่น ชอบดัง ความพินาศจะมาเยือน
เพราะอยากทำตัวเหนือคนอื่นเขา
อยากอวดให้คนอื่นรู้ว่า ฉันมีมากกว่า
ฉันฉลาดกว่า ฉันเก่งกว่า
ชื่อเสียงฉันดังกว่า
คนแบบนี้มีแต่สะสมความอยากไว้ในจิตใจ
เพราะทุกคนเท่าเทียมกันทุกๆด้าน
ใครที่อยากแสดงความเด่นของตัวเองออกมาแม้แต่น้อย
ชีวิตเขาจะต้องสูญสลายไป
เคยเห็นไหม คนที่ไม่อยากเด่นอยากดัง
แต่มีคนมาเข้าหามากมาย
เข้ามาเคารพ สักการะบูชา
เพราะอะไร
แล้วคนที่ชอบทำตัวเด่น ทำตัวดังล่ะ
เคยมีคนเคารพเขาด้วยใจจริงไหม
ไม่มีหรอก
คนที่เคารพ ชื่นชอบ คนที่อยากเด่น
เขาไม่ใช่คนแล้ว
เขาเป็นทาส
ทาสย่อมไม่ใช่คน
เพราะไม่มีคนที่ไหนเกิดมาเพื่อเป็นทาส
ใครเป็นทาส และใครเป็นผู้ทำให้เกิดทาส
ชีวิตเขาจบสิ้นแล้ว
ทุกวันนี้มีชีวิตไปเพื่อรอความตาย
..............................
คนที่มีความเชื่อมั่น เป็นตัวของตัวเองนั่นล่ะ
คือ คน
ไม่ได้ตามกระแสใคร
ไม่ได้อยากรวยเหมือนคนอื่นเขา
ไม่ได้อยากดังเหมือนคนอื่นเขา
เป็นคนที่ไม่ใช่ ทาส
เขาสั่งว่าต้อง มีมือถือนะ ใครๆเขาก็มีกัน
มันโก้ดี มันหรูดี
เอาเบอร์ชัวร์มาให้ดูอีก ต้องรุ่นนี้ ยี่ห้อนี้
ทั้งๆที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องใช้เลย
นานๆถึงจะโทรหาใครที
ตู้สาธารณะก็ถมเถ
แถมอยู่บ้านบ่อยๆ ที่บ้านก็มีอยู่แล้ว
แล้วซื้อมาได้ใช้อะไร
ส่ง sms โหลดเพลง เล่นเกมส์ คุย ทำอะไรที่มันไร้สาระ เสียเวลา
แล้วถามว่า ใครรวย
แล้วถามว่า ใครโง่
แล้วถามว่า ใครมันรวยบนความโง่ของคนอื่น กันมั้ง นั้นเปงสิ่งที่ไม่ดี

จงรักษาความดีของเราไว้ แม้คนอื่นจะไม่เห็นค่าความดีของเราก็เหอ

ป.ล.ใครที่สามารถอ่านจนมาถึงข้อความที่กำลังอ่านอยู่ขณะนี้ได้ก็ถือว่า สุดยอดจิงๆ ExcellentER ไม่เคยคิดว่าจะเจอแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าจะเปงแบบนี้ คนเรามันรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ Fake MAsK กันทั้งนั้น?  แต่ยังไงก็เรื่องธรรมดาของ มานุด ปุถุชน คนหนึ่งเท่านั้น ที่เปงคนไม่มีค่าอะไร  ไม่มีใครมัน PeRFeCT ไปหมดทุกอย่างหรอก อยู่ที่ว่าเราจะปรับตัวเข้าหา Environment ที่เจออย่างไร นิ่งไว้แล้วทุกอย่างจะดีเอง ชิว ชิว  กร๊ากกกกกกกก   ทั้งน้ำตา โดนจายจิง

 

July 04

Singapore Trips

ในที่สุดก็มา อัพ ตามคำเรียกร้องของเพื่อนๆสักที เล่าเรื่องที่ไปดูงานและเที่ยว Singapore ละกาน ผ่านมาสักพักแระ แต่ยังจำได้ เตรียมตัวฟังแล้วก็อ่านให้ดี
เริ่มจากวันที่ 16 มิถุนายน 2548 วันแรกของการเดินทาง ตื่นเช้ามาก อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็หิวกระเป๋าเดินทางออกจากบ้าน ไปที่สนามบิน ดอนเมือง Terminal 2 ขาออก 9.00 น เดินไปหาเพื่อน แม่งไม่เจอสักคน พอสักพัก เจอเพื่อนมันมาแระ ก็พากันขึ้นไปตรง Berger King เจอเพื่อนอีกคน แล้วสักพักเพื่อนๆก็ทยอยกันมา จนครบ มีจารย์อีกคน แล้วพวกเราก็ไปตรวจสัมภาระต่างๆ ตรง couter สายการบิน พอเสร็จเรียบร้อย ก็ไปจ่ายค่าธรรมเนียมอีก 500 บาท อา แล้วก็ check passport พอเสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางไป Singapore ทานอาหารกลางวันบนเครื่องบิน พอเครื่องบินลงจอดที่ สนามบินซางฮีประเทศ Singapore เวลาประมาณ บ่าย 2 ของ Singapore ลืมบอกไปว่าเวลา Sinagapore เร็วกว่าไทย 1 ชม ก็ไปที่ด้านตรวจคนเข้าเมือง immigration คนเยอะจิงๆ พอผ่านแล้ว ก็มีไกด์มารับพวกเรา เป็นชาว Singapore  ช 1 ญ 1 ผู้ ญ ชื่อ เซรีน่า น่าร๊าก พูด english อย่างเดียว อาฮะ มีรถ bus มารับ ที่แรกที่ไปกันก็คือ Temasek Polytechnic ไปดูห้องปฏิบัติการ Optical Communications แล้วก็ไปดู Network Technology Research Center (NTRC) พอเสร็จก็ออกเดินทางจากฝั่งตะวันตกของเกาะ ไปยัง ฝั่งตะวันออกของเกาะ Singapore ประมาณ 2 ชม ขณะอยู่บนรถ วิวดีมาก Singapore เป็นประเทศที่สงบมาก มีแต่ตึกใหม่ๆ รถใหม่ๆทุกคัน มีต้นไม้ตลอดทาง รักษาความสะอาดดี คนบนดินก็ไม่ค่อยจะเดินกัน นานๆเจอที ที่ Singpore จะไม่มีเสาไฟฟ้ามาเกะกะให้เห็นเลย เพราะเขาเอาลงดินหมด เลยทำให้มีวิวสวย ไม่มีหมาสักตัวบนถนนเลย แปลก พอถึง Nanyang Technological University ไปดู Research TechhnoPlaza เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่มากๆ เท่าตำบลเลยได้มั้ง โคดใหญ่มาก พอไปถึงก็จะมีอาจารย์ มาบรรยาย ให้ฟังเดินดูห้องปฏิบัติการต่างๆ english ทั้งนั้น นักศึกษาก็แต่งตัวปกติ ชุดไรมาก็ได้ มีสายเดี่ยว เสียวหลุด ด้วย ฮ่าๆๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน และ ก็แขก เท่าที่เห็น พอเยี่ยมชมมหาลัยเสร็จ แล้วก็ออกเดินทางไป Check in เข้าที่พัก Hotel 81 Bencoolen แล้วก็แยกย้ายกันเข้าห้องพัก เอาของเข้าห้อง พอเสร็จก็ออกไปหาไรกินที่ร้านอาหาร อีกฝั่งหนึ่งของโรงแรม ร้านใหญ่ดี คนเยอะ มื้อแรกที่กินใน Singapore คือ Smoking Duck จานละ $ 4.00 คูณ 25 เอา + mineral water อีก $1.2 มื้อแรกปาไป ร้อยกว่าบาท เป็นมื้อค่ำ พอทานกานเส็ด ก็ไปที่ Fountain of Wealth ไปดูน้ำพุ Music Dance แสง สี เสียง สวยดี แล้วก็ได้ไปสัมผัสน้ำพุ เขาว่ากานว่าใครที่ได้ไปสัมผัส จะโชคดี สัมผัสแล้วโว้ย ลืมบอกไปว่า จากร้านอาหารแถว รร ต้องเดินไปขึ้น MRT รถไฟใต้ดิน ไปถึง Suntec City แล้วไปดู น้ำพุที่บอกไปแล้ว พอเส็ดก็ถึงเวลากลับแล้ว ขึ้น MRT ต่อ ไปเข้าที่พัก แล้วอาบน้ำ วันแรกก็เหนื่อยแล้ว นอนเลย เดินทั้งวัน อาดูภาพประกอบไปด้วยละกาน เด๋วจะลงไว้ให้ดู
วันที่สองของการเที่ยว หนุกหนาน ตื่นเช้า อาบน้ำ ลงมาทาน Breakfast โดยต้องเอา card ที่จะเข้าห้องมาแลกเป็น คูปอง แล้วก็ไปยืนให้เขา อาหารเช้า คือ ไส้กรอง ถั่วราดซอสมะเขือเทศ ไข่ดาว ลูกชิ้น อร่อยๆๆ แล้วก็ น้ำ กาแฟ อิ่มเลย พอรวมพลกันเส็ด ก็ออกเดินทางไปที่ School of Computer Engineering, Collage of Engineering Nanyang Technological University ที่ไปมาแล้วเมื่อวานแต่เมื่อวานดู School of Electronics วันนี้ไปดู School of Computer ใหญ่มากๆ ดู Game Lab เจ๋ง อะ จากนั้นก็ออกเดินทางไปดูงานที่ Singapore Expo ชื่องาน Communic Asia 2005 ทั้งวัน เดินจนเมื่อย ไปดูของต่างๆที่เขามาเปิดบูท กัน มากันทุกค่ายเลย ใหญ่ๆทั้งนั้น pretty สวยๆ ทั้งนาน Wowwww อยากจะเอากับบ้านจิงๆ อยากได้มั้ง ฮาๆๆๆๆ ไปถึงงานประมาณ บ่ายๆได้ แล้วก็แยกย้ายกันไปดู นัดมาเจอกันอีกที 5 โมง ครึ่ง เดินประมาณ 2 ชม ก็ทั่วงานแระ เหอๆ แล้วเลยพากันมานั่งกินข้าว หิวมาก เข้าไปที่ร้านสั่งอาหารเหมือนข้าวราดแกงบ้านเรา แต่แพงกว่า สั่งกับไป 4 อย่างละมั้ง $5.00 กรุจนเลย 125 บาท เหอ + mineral water อีก $1.2 เหอ แต่ละมื้อ กลับไปกินข้าวบ้านดีกว่าฮาๆๆๆๆ พอถึงเวลาตามที่นัดกันไว้ ก็รวมพลออกเดินทางโดยรถ Bus มีไกด์ เป็น ญ และเขาเป็นคนไทย พูดเก่งด้วย เขาก็แนะนำสถานที่ต่างๆที่รถขับผ่านไป Singapore คนส่วนเขาจะอยู่ใต้ดิน ลืมบอก งงนะน่า เพราะว่าการเดินทางเขาส่วนใหญ่จะเดินทางโดย MRT รถไฟใต้ดิน ที่สำคํญ ใต้ดินเขามีห้างด้วย แบบ Siam เลย สูงประมาณ 5-6 ชั้นได้ ใหญ่ๆ อยู่ใต้ดิน คนเยอะเลย เดินกันไปทั่ว พอรถจอดถึงที่หมายคือ Night Safari ค่ำนี้จะไปดูสัตว์กัน ที่สวนสัตว์ คนเยอะมาก ต่อแถวกันยาว พอถึงคิว ก็ขึ้นรถซาฟารีไปดูสัตว์ มึดมาก มองเห็นสัตว์ แต่ไม่ค่อยชัด เพราะมัน Night Safari มันเลยมึด เหอ ก็ยังพอเห็น พอเสร็จก็ไปชมการแสดงโชว์ของสัตว์ สักพัก จะบอกว่าการแสดงที่ไทย เจ๋งก่าเยอะอะ หุหุ อาฮะ พอดูกานเสร็จ ก็ไปซื้อของที่ระลึก ก่อนกลับที่พัก หมดไป เกือบ $30 ได้ เหอ แล้วก็ขึ้นรถ กลับที่พัก อาบน้ำ แล้วก็นอน เหนื่อยอีกวัน
วันที่สามของการเที่ยว ตื่นมา 7.30 อาบน้ำ เสร็จ 8.00 ลงมาทาน Breakfast แบบคล้ายๆเดิม ไส้กรอก ไข่ดาว ถั่วราดซอส ลูกชิ้น น้ำ เหมือนเดิมแระมั้ง พอเสร็จประมาณ 9.00 นิดๆ ก็ขึ้นรถ ไป Merlion เป็นสัญลักษณ์ของ Singapore คือ สิงโตพ่นน้ำนั้นเอง ก็ไปถ่ายรูปกานใหญ่ วิวสวย นักท่องเที่ยวเยอะ จะบอกว่าตัวที่พ่นน้ำคือ ตัวเมีย ตัวนี้เป็นเมียหลวง เด่นสง่า ใกล้ๆกันจะมี ลูกเมียหลวงอีกหนึ่งตัว พอถ่ายรูปกนเสร็จ ชมวิวทิวทัศน์ จากนั้นก็ไปหา Merlion อีกตัวเป็นเมียน้อย อยู่บนเขาสูงหน่อย เหอ เหนื่อย แล้วจากนั้นก็เดินทางไปเกาะ Sentosa โดยไปนั่งกินข้าวก่อนไป ราคาก็พอๆกับที่เคยกินไปตามฟรอม เบๆ เหอ แล้วก็ขึ้นรถ Bus ของ Sentosa ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง พอถึงก็จ่ายค่าเข้าไปดู Under Water World แล้วก็ไปดู Merlion อีกที่หนึ่ง ตัวนี้เป็นตัวผู้ ตอนกลางคืนมันจะยิงแสงเลเซอร์จากตามัน ก็จ่ายค่าเข้าไป กี่ $ จำไม่ได้ ก็เขาไปในตัวมัน ตากแอร์ เย็น เพราะข้างนอกร้อน แล้วก็ขึ้นไปถึงยอดบนสุดบนหัวของ Merlion แล้วก็ลงมา พอเสร็จ ก็ขึ้นรถ Sentosa ไปนั่งเล่นกันที่ชายหาด วาววิวๆ จ๊าก กานใหญ่ แล้วสักพักประมาณ 5 โมงเย็น ก็ไปดูการแสดงโลมา Show แดดร้อนมากต้องใส่แว่น แต่จะบอกว่าของไทยก็ยังดูดีกว่าเยอะ อาฮะ พอเสร็จก็ไปนั่งกับที่ชายหาด แล้วก็แยกกันเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึงจะกลับโรงแรม อีกกลุ่มจะไปดู Fountain Music Dance เราไปกับกลุ่มที่ไปดู Fountain Music Dance ไหนๆก็อุตสามาแล้วก็ดูสะหน่อย จะบอกว่าสวยมากๆๆๆๆ ทำได้ดีมากๆๆๆๆ ทั้งเลเซอร์ การ์ตูน แสง สี เสียง ไฟ น้ำพุ ได้ใจมาก และคนดูก็เยอะมาก หนุกหนานเลยในคืนนั้นจากนั้นก็ไป Orchard แหล่งท่องเที่ยวแนว Siam บ้านเรา ในยามค่ำคืน คนเยอะมาก นุ่งสั้นๆได้ใจ หุหุ อาฮะ พอเสร็จก็ไปทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆกะโรงแรม เป็นร้านที่แบบในห้างเลย ใหญ่ๆ ไปกิน Ice Rainbow เป็นน้ำแข็งใส ใส่ไอศครีม อร่อยๆแย่งกันกินใหญ่ ซื้อกานใหญ่ ประมาณ $4 เอาวะอยากกิน แล้วก็กลับโรงแรม ประมาณ เที่ยงคืน อาบน้ำ แล้วลงมาประมาณ ตี1 เพราะนัดกับพวกพี่ที่เป็นไกด์แล้วก็เพื่อนๆไปเที่ยวกานต่อ ยามค่ำคืน ไปดูสถานที่ต่างๆ สวยๆทั้งนั้น แล้วก็ง่วงมาก กลับมาถึงโรงแรม ตี3 สักพัก แล้วก็นอน วันนี้จะบอกว่าเดินตั้งแต่เช้า จด ตี 3 โคดเมื่อยเลย หนุกหนานกานใหญ่
วันที่สี่ของการเที่ยว ตื่นตามเวลาเดิมเหมือนกันทุกวันที่ผ่านมา ทาน Breakfast เหมือนเคย วันนี้เป็นวันที่จะได้กลับบ้านแล้วโว้ยยยยยยยยยย ดีจายยยยยยย คิดถึงบ้านนนน วันนี้เขาก็ให้ไป Shopping กัน ก็แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึงไป Chaina Town อีกกลุ่มไป Simlim เป็นห้างที่ขายของพวก Technology เราก็ไป Simlim หนุกหนาน เดินดูอุปกรณ์ Com IPod O2 โคดอยากได้เลย พอดูราคาเหอ พอกะไทยเลย แล้วก็ประมาณเที่ยงไป Orchard ต่อ ลืมบอกไปว่า ตรง Orchard มีร้าน Sex Shop ด้วย Wowwwww เข้าไปดูกานใหญ่ มีตั้งหลายอุปกรณ์เลย อา เด็ดๆทั้งนั้น แล้วก็ไปดูของต่าง ไปเจอ Notebook ตัวนึง โห $600 โคดๆเลย เหอ อยากได้ อา คูณเอาเอง หุหุ แสดงว่าอันนี้มันต้องเจ๋งจิงๆนะเนี้ย พอเสร็จก็ขึ้น Taxi ไปที่ โรงแรม ลืมบอกไปว่า Taxi จะ start ที่ $2.4 อา แล้วก็ลืใบอกไปอีกว่า Taxi ที่นี้ มีทั่งที่เป็นแบบบ้านเรา แล้วมีแบบที่ Taxi Benz เคยเห็นป่าว ซื้อ Benz มาขับ Taxi เหอ รวยเกิน ตั้งหลายคันเลย พอถึงที่ โรงแรม ก็จัดกระเป๋าเดินทางเตรียมตัวออก พอรวมพลกันเสร็จก็ Check out ออกจากโรงแรมไป สนามบินซางฮี ใหญ่มาก ก็ไปซื้อของกานใหญ่ กะว่าไป Singapore จะไปซื้ iPod สะหน่อย เพราะมันลดราคาครึ่งนึง จาก $300 กว่าๆ เหลือแค่ $176 ละมั้ง แต่ว่ามาช้าไป เขาขายหมดแล้ว กรุละเซงเลย อุตสาจะไปซื้อ ดันหมดอีก ก็งี้ของ Sale ใครดีใครได้ อาฮะ แล้วก็ไปซื้อของที่ Duty free กัน แล้วก็ไปตรวจสัมภาระขึ้นเครื่อง แล้วก็รวมพล ออกเดินทางกลับประเทศไทย แล้ว เย้ๆๆๆๆ คิดถึงบ้านแล้ว ก็นั่งทานอาหารบนเครื่อง พอเข้าสู่ประเทศไทย วิวสวยมาก แล้วก็ลงจอดที่สนามบินถึงประเทศไทยแล้ว ก็รวมพลกัน ผ่านด่านตรงจคนเข้าเมือง แล้วก็แลกเงินคืน ตัง เหลือ อา น่าจะใช้ให้หมด อิอิ เอาไป $600 เหลือ $300 ละมั้ง เป็นเงืนไทย ประมาณ 8 พันกว่าบาท อานะ แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ขอบอกว่า Singapore Trip นี้เป็นการเดินทางที่ หนุกหนาน จิงๆ ได้อะไรหลายๆอย่าง และผมก็จะเก็บความประทับใจนี้ไว้
 
ปล. มีใครอ่านกันจบมั้งเนี้ย ยกนิ้วให้เลย นายเจ๋งมาก อิอิ แล้ว Comment ให้ผมด้วยนะคร๊าบ ขอบคุณครับ ที่อุตส่าอ่านนะ ขอบคุณมากเลย
April 29

ว่างๆเลยมาเขียน วันนี้ก็มี Tricks ดีๆให้รู้กานอี๊ก

มาเขียนต่อแล้วนะค๊าบ เริ่มด้วย..........อืม วันนี้เลยละกาน วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา ตื่นนอน 7.30 น. ดู TV ดูข่าว 8 โมง ไปอาบน้ำ แล้วก็ออกจากบ้านไป มหาลัย แล้วก็ลงทะเบียนเรียน แล้วก็กลับบ้าน มากินข้าว เพราะว่ายังไม่ได้กินข้าวเลยหิวมาก ก็เลยมากินก่อน เพราะว่าหิว หุหุ แล้วก็กินเส็ด ก็เข้า net มานั่งเล่น m แล้วก็ฟังเพลง เชคเมลล์ อี๊ก เมลล์มาเยอะมาก เหอๆ เยอะเกิน จากนั้นก็มานั่งพิมข้อความที่พวกคุนกามลังอ่านอยู่เนี้ยแหละ พอดีไปรู้ Tricks ดีๆ เลยเอามาฝากสำหรับคนที่รักรถ กัวว่ารถของคุนจะถูกขโมย เลยมีวิธีป้องกันมาแนะนำ ลองอ่านกานดู ฮ่าๆๆๆๆ หนุกหนาน

จะไปติดพวกอุปกรณ์กันขโมยต่างๆ  แต่ไม่รู้จะติดอะไรดี
> > > พอดีเพื่อนเรามีคนรู้จักคนนึง  สมัยวัยรุ่น (วัย
> > > คะนอง) เคยขโมยรถมาก่อน คือ พี่คนนี้ เค้าเคยลองเปิดล็อกรถเรา
> > > โดยใช้แค่สายกีต้าร์เส้นเดียวเท่
> > > านั้น  แถมทำภายในไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ  เรางงไปเลยอ่ะ
> > > นี่ถ้าเป็นขโมยมาขโมยรถเราจริงๆ คงจะ
> > > หายไปแล้วหล่ะ   แต่รถเราไม่มีสัญญาณกันขโมยนะ
> > > เราก็ถามเค้าว่าถ้าไปติดสัญญาณกันขโมยด้วย จะ
> > > ขโมยยากกว่านี้หรือเปล่า   เค้าบอกว่า  เหมือนกันแหละน้อง
> > มีสัญญาณไม่มีสัญญาณ
> > > ไม่ถึงนาทีเหมือน
> > > กัน   แค่ตัดสายทิ้ง  เสียงก็ไม่ดังแล้วียว เราเลยถามถึงล็อคเกียร์  และ
> > > ล็อคพวงมาลัย  ว่าจะเลือก
> > > ใสอันไหนดี   คำตอบเค้าเรางงไปเลยนะ  คือเค้าตอบว่า  ล็อคเกียร์  ก็ 5
นาที
> > > ล็อกพวงมาลัยก็ 5
> > > นาที อ่ะ  โจรกระจอกๆ หน่อย  พี่ให้เต็มที่ 10 - 15 นาที เลย
> ถ้าล็อคเกียร์
> > > พี่ก็ตัดหัวเกียร์ออก
> > > แค่นั้นก็ไปได้แล้ว   (  คือ ใช้แค่ก้านเกียร์ที่เหลืออยู่ก็ขับได้)
> > > ถ้าล็อคพวงมาลัยยิ่งหมูเลย  ตัดก้านพวง
> > > มาลัยออก   แป๊ปเดียวเสร็จ   ง่ายมาก  ทางที่ดีที่สุดคือ  ใส่ล็อกเบรค
> > > จะขโมยยากที่สุด (ไม่ใช่ว่า
> > > ขโมยไม่ได้ ) แต่..นานหน่อยอาจจะ ต้องใช้ครึ่งวันขึ้นไป  เหตุผลคือ
> > > มันมีพื้นที่ให้เลื่อยตัวล็อคออกยา
> > > ก   เพราะต้องก้มลงไปใต้คันเร่ง  แล้วก็เบรค เราใส่มาแล้ว  ราคาประมาณ
> > > 3000-4000 บาท  พี่
> > > คนนี้แหละแนะนำให้ไปใส่  เค้าบอกว่า  ถ้าขโมยเห็นตัวนี้  รับรอง
> > > มันไม่มานั่งเสี่ยงขโมยรถเราหรอ
> > > ก ไปเอาคันอื่นที่ง่ายๆ ดีกว่า
 

อ่านแล้วก็ นะ หุหุ เหงว่าเปงเรื่องที่ดีเลยมาให้อ่านกาน ลองเอาไปใช้กาน ดู นะ

พอดีผม check mail อ่านแล้วโดน เลยเอามาขึ้น อิอิ รักคนอ่านตามเคย หนุกหนานกานใหญ่ ไปแระ เด๋วจะไปปั่นงานก่อง เยอะมากๆ เยอะโคด หุหุ

April 26

กลับมาเขียนต่อแล้ว มี Trick ดีๆมาฝากกาน

หวัดดีทุกคน หายไปนานพอดีว่างเลยมาเขียน จะเขียนไรดีละเนี้ย เปงคนเขียนไม่ค่อยเก่งเท่าไร หุหุ เริ่มด้วยกิจวัตรประจำวันก่อนละกาน วันนี้ตื่นนอน 6 โมงเช้า โคดเช้าเลย แล้วก็หลับต่อ 5555+ มาตื่นอีกที ก็ 8 โมงมั้ง แล้วก็เปิด TV ดูข่าว จากนั้นก็ไปอาบน้ำ แล้วก็ออกไปซื้อ ข้าวมันไก่ มา 2 ห่อ พอดีมันหิว กินคนเดียวเลย 2 ห่อ หุหุ หนุกหนาน แล้วก็อ่านหนังสือ Eng ไปหน่อย พอดีกำลังจะฝึก Speak อยู่ หุหุ ยังไม่ค่อยคล่องเลย เหอๆ มี Trick แนะนำ ให้คนที่กำลังฝึกพูด Eng ในการออกเสียงให้เหมือนฝรั่งเขาพูดกัน โคดยากเลย เหอๆ เริ่มด้วยพยัญชนะตัวแรกที่พบว่าเปงปัญหาในการออกเสียงของคนไทย คือ

ตัว R วิธีการออกเสียง R นั้น มีหลักการง่ายๆคือ เวลาเราออกเสียง R ออกมานั้น สิ่งแรกคือ 1) ต้องห่อริมฝีปากก่อน 2) อย่าให้ลิ้นแตะเพดานปาก 3) เปล่งเสียงออกมา พ่นลมออกจากปาก จะมีการสั่นสะเทือนของลำคอ นี้คือหลักการง่ายๆในการออกเสียง ตัว R ลองฝึกกันดูนะ เช่น Rabbit , Red , Rise , Rate etc.ตัวต่อมาคือ

ตัว L วิธีการออกเสียง L นั้น มีหลักการง่ายๆคือ ขั้นแรกของการออกเสียงตัว L คือ 1) ฉีดปากออกมานิดนึงเอาแบบพอประมาณ ห่อนิดๆ 2) ให้ลิ้นแตะเพดานปาก 3) เปล่งเสียง L ออกมา เช่น Little , Lay , Line , Law etc. ซึ่งทั้งตัว R และ L นั้น เปงปัญหาในการออกเสียงซึ่งถ้าอกเสียงไม่ชัดเจน คนฟังอาจจะเอาใจผิดความหมายได้ ตัวอย่างเช่น Rate กับ Late , Red กับ Led , Rand กับ Land , Ready กับ Lady etc. ยังมีอีกเยอะ มาดูตัวต่อไป

ตัว TH หลักการง่ายๆในการออกเสียง ขั้นแรกเริ่มด้วย 1) จัดตำแหน่งปากใหม่โดยให้ลิ้นอยู่ตรงกลางระหว่างปาก แรบลิ้นออกมาเลย 2) ใช้ฟันกัดลิ้น เบาๆ เด๋วจะเจ็บสะ 3) พ่นลมออกจากปาก การออกเสียง TH จะมีทั้ง เสียงเบา เสียงก้อง แล้วแต่คำนะ เช่น The , Thousand , Though , That , This ,These , Those , Them , Think etc.

Trick ต่อ ออกเสียง TH+R ก็เอาทั้ง 2 อันมารวมเข้าด้วยกันลองทำดู เช่น Three , Throat , Through , Thread etc. ตัวต่อมาคือ

 ตัว SH หลักการออกเสียง SH เริ่มด้วย 1) เอาฟันมาประกบกัน 2) พ่นลมออกจากปาก ลากเสียงยาวๆเลย ให้ลมที่พ่นยังอยู่ในปาก เช่น Sheep , Shop , Shine , Show etc.

 ตัว CH หลักการออกเสียง CH คล้ายๆกับ SH แต่มีต่างอยู่ 1) เอาฟันมาประกบกันเล็กน้อย 2) พ่นลมออกมาจากปาก ให้เสียงสั้นๆ ให้ลมที่พ่นออกจากปากไปข้างหน้า เช่น Cheap , Chop , China , Chocolate etc. และก็ CH+R ก็เอามาร่วมกัน ข้อแนะนำ ตัว SH กะ CH ควรออกเสียงให้ถูก ไม่งั้นคนฟังจะฟังผิดความหมายได้ เช่น Sheep กะ Cheap etc.

 ตัว X ตัวนี้ชอบเลย 55555+ หลายๆคนคงชอบกานเยอะ หุหุ น้ำลายไหลเลย อานะ หลักการออกเสียง ตัว X เริ่มด้วย เอาเสียง K + SH และจะได้เสียง X ออกมาเองจะบอกให้รู้กานอิอิ เช่น EXcellent etc.

ที่เขียนไปนี้คงจะเปงประโยชน์กับคนอ่านไม่มากก็น้อยละมั้ง ลองฝึกกานดูละกาน หวังว่าคงจะช่วยได้บ้าง มา คอม ให้ด้วยละกาน รักคนอ่านจัง จุ๊บๆ อิอิ

 
Photo 1 of 31
There are no music lists on this space.